เพิ่งกลับมาจากตลาดปากคลองตลาดตะกี๊นี้ครับ โดยไปเดินเล่นถ่ายภาพไลฟ์เวลากลางคืนในวันแห่งความรักครับผม
จะขอเล่าท้าวความเมื่อเย็นวันที่ 13 มีชายอ้วนโทรหาชายผอม
"นัทตี้ ข้ากะลังจะขับรถกลับกทมว่ะ"
"ครับพี่ แล้ว(เสร่อโทรมา)ทำไมครับ"
"ข้าจะชวนเอ็งไปถ่ายปากคลองตลาดคืนนี้ ตีสอง"
"เห้ยพี่ เอาจริงเหรอพี่(มึงบ้าไปแล้วแน่ๆ..แสรด)"
"จริง...ข้ากลับกทมทั้งที ไม่อยากนอนอยู่เฉยๆ พรุ่งนี้มันวันแห่งความรักนะวู้ย...คนเดินเพียบ...อาจจะมีสาวโสดตามหาหนุ่มแนวๆแบกกล้องอยู่นะนัทตี้"
"เออพี่..ผมไป"
"ดีมาก...เอ็งรีบกลับบ้านนอน แล้วเดี๋ยวตีหนึ่งครึ่งเจอกันที่บ้านเอ็ง เดี๋ยววันนี้ข้าขับรถเอง"
.
.


.
.
ย้อนเวลากลับไปอีกเมื่อหลายปีที่แล้ว สมัยที่ยังหนุ่มๆ ครั้งยังเรียนที่จุฬาฯ
บริเวณหน้าตึกจุลฯจะมีโต๊ะหนึ่งที่เมื่อถึงวันวาเลนไทน์ พวกผู้ชายปากมอมในโต๊ะนั้นจะหอบดอกไม้กองโตมาเพื่อมอบให้แด่สาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมา
ไอ้พวกนั้นคือพวกผมเองแหละครับ...ตีสองของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี พวกเฮี้ยนๆพวกนี้จะไปเดินซื้อดอกกุหลาบที่ปากคลองครับ
แรกๆก็ซื้อเพื่อกลบเกลื่อน สาวเจ้าจริงๆที่เราต้องการให้ก็มีคนเดียว แต่เราซื้อดอกไม้มาเป็นร้อยๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย...เล่าแล้วเขินว่ะ อิอิ
แต่พอทำไปก็มีเพื่อนๆมาออเดอร์ดอกไม้เยอะขึ้นๆ บางคนเป็นช่อ บางคนดอกละสองสามร้อยก็มี..เพี้ยนกว่านั้น หาเอาดอกบัวก็มีครับ สงสัยรักและเทิดทูนมาก
ตีสี่ตีห้าพวกนี้ก้อไม่ได้นอนหรอกครับ หอบเอาดอกกุหลาบกลับมาริดเอาหนามออก เพื่อที่จะไม่เป็นอันตรายต่อมืออันแสนบอบบางของสาวๆที่จะได้รับดอกกุหลาบนี้
.
.

.
.
และแล้ว เมื่อเวลาตีสอง ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 ชายอ้วนกับชายผอม ก็ได้มาถึงปากคลองตลาดจริงๆด้วย
มาถ่ายทอดภาพสถาณที่ที่เป็นจุดรวมของที่หลายๆท่านนำมาใช้แสดงความรักให้แก่กันในวันนี้
.
.


.
.
ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่มีชีวิตชีวาสุดๆเลยครับ นอกจากพ่อค้าแม่ค้าที่มาซื้อของส่งแล้วก็มีบรรดาหนุ่มๆสาวๆมาจับจองซื้อดอกไม้กันมากมาย
พ่อค้าแม่ค้าต่างก็ใจดี๊ใจดีสมกับเป็นวันแห่งความรักจริงๆยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองสุดๆครับ
พวกเราเองก็เดินไปเดินมาจนตีสามหน่อยๆตลาดก็วาย แล้วพวกเราก็กลับบ้านเหมือนกันครับ
ส่วนตัวผมก็เอารูปลงเครื่องเอามาโมนิดหน่อยแล้วก็เอามาโพสท์ลงเลยครับ ให้มันมาเร็วกว่าหนังสือพิมพ์รอบเช้าไปเลย55555
.
.


.
.
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับพี่น้อง ขอให้ความรักจงเจริญ ....ยะฮู้ววววว
สุดท้ายนี้ฝากเกร็ดเล็กๆน้อยๆสำหรับวันวาเลนไทน์ให้อ่านเล่นกันครับ
.
.
.
.
ประวัติวันวาเลนไทน์#1
กำเนิดวันวาเลนไทน์ เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโน่ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน และในวันถัดมา คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม มีขนบธรรมเนียมอย่างหนึ่งของชายหนุ่มก็คือ การจับฉลาก ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ชื่อของเด็กสาวจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษและใส่ลงในไห ชายหนุ่มแต่ละคนจะจับฉลากเพื่อเลือกคู่ในเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ บ่อยครั้งที่หนุ่มสาวต่างถูกใจกัน และแต่งงานกันในเวลาต่อมา
ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 แห่งโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้าย และทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมในกองทัพ เนื่องมาจาก ไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะนั้นเอง พระรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ซึ่งอาศัยอยู่ในโทรม ได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีของท่านนี้เอง จึงทำให้ท่านถูกตัดสินประหารชีวิตโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 ซึ่งตรงกับเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ตามประเพณีโบราณพอดี ณ โอกาสนี้เอง กลุ่มคนนอกศาสนาได้รื้อฟื้นประเพณีจับฉลากขึ้นมาใหม่ โดยชายหนุ่มจะเป็นผู้เขียนชื่อหญิงสาวลงไปด้วยตัวเอง ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียม ที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
ประวัติวันวาเลนไทน์#2
วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความรัก และความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยของจักรวรรดิโรมันที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซํ้าร้ายภายใต้การปกครองของกษัตริย์ "คลอดิอุสที่ 2" ผู้ออกกฎหมายบีบบังคับให้ประชาชนเลิกนับถือ และห้ามให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียนเกิดขึ้น แต่ยังคงมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส" หรือที่ได้รับการยกย่องเป็น เซนต์วาเลนไทน์ ในภายหลัง คอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษทรมานแสนสาหัสอยู่ในคุก
ในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในคุก ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2 พระองค์จึงสั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรักของเขา โดยลงท้ายในจดหมายว่า
"...จากวาเลนไทน์ของเธอ (Love From Your Valentine)"
ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจในความรักของเขา ยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น "วันแห่งความรัก" Saint Valentine's Day หรือ Valentine'sDay และได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกา รวมทั้งในทวีปเอเชียด้วย
ของขวัญวันวาเลนไทน์ ของขวัญที่นิยม ของขวัญแทนใจวันแห่งความรัก
ดอกไม้ ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด ที่ฮิตสุดเห็นจะเป็น
- กุหลาบแดง หมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ
- กุหลาบขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับเช่นเดียวกับดอกกุหลาบแดง
- กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด
- กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข
- กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
- กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น
เอาเนื้อหาเท่านี้ก่อนแล้วกันนะคร๊าบบบ...................ความรักจงเจริญญญญญ...................
.
.
