
เคยอ่านแต่ในหนังสือที่ว่า เมื่อถึงเวลาคับขันอันตรายถึงชีวิต จะมองเห็นทุกอย่างช้าลง และมองย้อนถึงความทรงจำที่ประสปพบเจอมา
ผมเจอมาเมื่อวานนี้เองครับ วันที่ 19 ธันวาคม 2550
ระหว่างทางขับรถไปส่งยาและกล้องจุลทรรศน์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
ด้วยความเพลีย เกิดวูบไปวูบนึง หันขึ้นมาเจอตูดรถสิบล้อท้ายพ่วง ที่จุดยูเทิร์น หลบเอาซ้ายเข้าไม่ได้เพราะเรามาเลนขวา จึงพยายามหักซ้ายแล้ววัดดวงให้เสียหายน้อยที่สุด
ติ๊ก
ติ๊ก
"อะเย้ดดดด"
ติ๊ก
ติ๊ก
"เปรี้ยง"
เห็นไฟหน้าแตกระเบิด
ติ๊ก
ติ๊ก
"โครม"
กระโปรงรถโดนกระแทกโป่งออกมา
ติ๊ก
ติ๊ก
"ครืดดดดด...กึงงง เพล้งง"
ท้ายรถสิบล้อไหลมากระแทกกับคอนโซลหน้ารถด้านขวา กระจกด้านประตูข้างแตกกระจายเข้ามาในรถ
ท้ายรถสิบล้อพ้นไปแล้ว...รถเรายังไม่หยุดวิ่ง แตะเบรกยังพอได้ เบี่ยงเอารถเข้าข้างทาง หมุนกุญแจดับเครื่อง
ซู่ววววว์ ควันขึ้นจากหน้ารถ แต่ไม่มีวี่แววของไฟไหม้
กูยังไม่ตาย...กูเสียโฉมไหมว๊ะ
เอามือล้วงปาก...ไม่มีเศษกระจก ไม่ได้กัดลิ้น ไม่มีเลือด
ขาขยับได้ แขนขยับได้
เปิดประตูรถไม่ได้ ประตูรถบี้แนบกับตัวรถ
เอาไหล่กระแทกประตูรถออกมา....โอว รอดมาได้เว้ย
ขอขอบคุณ เมอร์เซเดสเบนซ์ ที่ทำรถโคตรแข็งแรงมา
ขอขอบคุณพี่วีระ คนขับรถผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ผมชนท้านรถพี่ แล้วพี่ไม่เอาความ
ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่โทรไปคุยเล่นตอนรอเคลมประกัน
ขอขอบคุณกำลังใจจากทางบ้าน
ฝากไว้ ณ ที่นี้สำหรับคนที่เดินทางไกลๆครับ ว่าเช็คร่างกายให้พร้อม อาจจะไม่ได้เฮงแบบผมทุกครั้งไป
ปล. เรานี่ดวงแข็งจริงๆ ผ่าตัดสมองมาครั้งนึง รถคว่ำ รถชน ไม่เป็นอะไรเลย